แชร์วิธีออกแบบสติกเกอร์ไลน์ สำหรับนักออกแบบมือใหม่

 

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังจะเริ่มต้นออกแบบสติกเกอร์ไลน์ขาย และคนที่กำลังหาข้อมูลก่อนจะเริ่มต้นทำทุกคนค่ะ

นี่เป็นครั้งแรกในการตั้งกระทู้ในพันทิพ หลังจากแอบส่องคนอื่นอยู่นานมาก
เข้าเรื่องเลยละกัน สติกเกอร์ไลน์ เป็นอะไรที่ฮิตมาพักใหญ่แล้ว
มีนักออกแบบตัวจริงและมือสมัครเล่นเข้ามาขายกันล้นตลาด
แต่สำหรับจขกท. เพิ่งเริ่มคิดที่จะทำเป็นของตัวเองจริงๆ ไม่นานมานี้
เลยอยากขอแชร์ประสบการณ์ตรงของตัวเองให้เพื่อนๆ ที่สนใจ
อยากทำขาย หารายได้เสริม เข้ามาอ่านเป็นแนวทางกันค่ะ

ปล. ประสบการณ์ที่จะบอกเล่า เป็นแค่แนวทางส่วนตัวล้วนๆ ไม่ได้เป็นมืออาชีพใดๆ นะคะ^^

 

1. ขั้นแรกของการออกแบบคือ “เริ่มหาคาแรกเตอร์หลัก”
ต้องบอกตามตรงว่า ความคิดแรกที่อยากลองทำจริงๆจังๆ
สืบเนื่องมาจากไปซื้อตุ๊กตาตัวนึงในท้องตลาดและมีหน้าตาน่ารัก จึงมีเพื่อนเริ่มเสนอไอเดียมาว่า
ทำไมแกไม่ลองวาดการ์ตูนทำสติกเกอร์ขายล่ะ นั่นสินะ ในเมื่อเราก็ชอบวาดๆ เขียนๆ อยู่แล้ว
นี่คือที่มา แต่เมื่อตัดสินใจลงมือวาด มันไม่ได้ง่ายอย่างใจคิด การวาดบนกระดาษ กับได้ลองวาดในคอม
มันช่างมีความแตกต่าง สิ่งที่คิด กับสิ่งที่ได้ นั้นจำเป็นต้องดัดแปลง แก้ไขอยู่นาน กว่าจะออกมาลงตัว
อย่างภาพในจินตนาการของเรา

สิ่งที่อยากจะบอก คือ ความยากที่สุดในการทำ นั่นคือการเริ่มต้น เมื่อมีรูปที่หนึ่ง มันจะเริ่มมีรูปที่ 2 3 4… ตามมาเอง
แต่ในบางครั้ง “ความคิด” และ ” ไอเดีย” มันก็ตันกันได้
สิ่งที่เตรียมพร้อมไว้ก็คือ เมื่อไหร่ที่สมองโล่ง เริ่มคิดไรได้เมื่อไหร่ ให้ “จด” ไอเดียนั้นทันที
ลงในสมุด หรือจะโน๊ตไว้ในมือถือก็ได้ค่ะ

ทริคเล็กๆ จากสิ่งที่ใกล้ตัว หรืออยู่ในกิจวัตรประจำวันเรา เช่น ตื่นนอน นาฬิกาปลุก อาบน้ำแปรงฟัน
ขับรถไปทำงาน รถติด กินข้าว ไปทำงานสาย แฟนมารับ งานเข้า ประชุม หิว หาอะไรกินกะเพื่อน
เลิกงาน ดูหนัง ไปเที่ยว ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ สามารถนำมาประยุกต์ทำเป็นคาแรกเตอร์ต่างๆ ได้หมด

หลังจากที่เริ่มวาดๆๆๆ ไปหลายๆ รูป สิ่งที่อยากเพิ่มเติมคือ
” อย่าลืมใส่ความเป็นตัวเองลงไปในนั้น ”
ถึงแม้สติกเตอร์ไลน์ยอดฮิตหลายแบบ จะมีคนนิยมทำแนวคล้ายๆ กันไปหมด เช่น พวกหัวกลมๆ
หรือหมา แมว หมู หมี ต่างๆ แต่อย่าลืมว่า หากเราทำเหมือนคนอื่น มันก็ไม่อะไรดึงดูดใจ
หรือแตกต่างไปจากตลาดที่มี สิ่งที่ทำให้งานของเรา ไม่เหมือนใคร นั่นคือ การใส่ความเป็นตัวเอง
ที่ทุกคนก็สามารถหยิบไปใช้ได้ ลงไป จากภาพแรก ที่แอบเลียนแบบการ์ตูนทั่วๆไป
จนทำไปหลายๆ ตัวเข้า น้องสติกเกอร์ ก็เริ่มกลืนนิสัยส่วนตัวบางอย่างของคนวาดลงไปในนั้นแล้ว
เมื่อทำไป เราก็จะเริ่มหลงรัก สติกเกอร์ทุกตัวที่เราวาดไปโดยปริยาย
และเชื่อว่า ถ้าเรารักในสิ่งที่เราทำ มันจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หรือย่อท้อต่ออุปสรรค ต่างๆ ที่จะตามมา…

2. “เครื่องมือ/ ตัวช่วยในการวาดสติกเกอร์”
ก่อนเริ่มลงมือวาดรูปใดๆ ลงไป สิ่งที่นักออกแบบทุกคน พึงรู้ และต้องรู้ คือ คู่มือการออกแบบสติกเกอร์
ซึ่งในนี้จะบอกจำนวนรูปขั้นต่ำที่ต้องมี ขนาดของรูปต่างๆ ข้อห้าม และเกณฑ์การพิจารณา ลิงค์ตามนี้ค่ะ

https://creator.line.me/th/guideline/sticker/

คู่มือ ตามลิงค์นี้
https://creator.line.me/th/guideline/sticker/

เมื่อพร้อมแล้ว จขกท. เริ่มต้นจากการเขียนบรรยายลักษณะของคาแรคเตอร์ที่จะวาดลงในสมุดก่อนค่ะ
ตัวอย่างเช่น …
กินชาบูจนพุงแตก
ซ้อนท้ายจักรยาน โอบเอวคุณแฟน
ง่วงนอน หิวกาแฟ …

หลังจากเริ่มมีไอเดียแล้ว เราจะเริ่มมีภาพในหัว ว่าอยากให้การ์ตูนของเรา ออกมาท่าทาง สีหน้า คำพูดยังไง
หรือถ้าใครยังคิดไม่ออก ลองเสิร์ชหาจากแหล่งต่างๆ หรือจากการ์ตูนแบบที่เราชอบ
แล้วลองประยุกต์ให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของเรา แต่แนะนำว่า อย่าลอก แค่เอามาเป็นแนวทางเท่านั้น
เมื่อคิดได้แล้ว ลองวาดลงในโปรแกรม ซึ่งที่เลือกใช้คือ Adobe Illustrator
หรือถ้าใครถนัดใช้โปรแกรมไหน ก็เลือกใช้เอาตามที่สะดวกได้เลยค่ะ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือ ไม่ว่าท่าทางจะเปลี่ยนไปยังไง แต่สี ลายเส้น ภาพรวมคาแรกเตอร์ จะต้องคงอยู่ ห้ามเพี้ยนเด็ดขาด
เพื่อนๆ จะต้องระมัดระวังในการออกแบบ หากจะแก้ไข จะต้องแน่ใจว่าได้แก้ไขรูปอื่นๆ ที่เหลือให้ตรงกัน

ทริคแนะนำ ++ อาจจะถ่ายรูปที่เราสเก็ทด้วยดินสอบนกระดาษ หรือสแกน แล้ววาดทับรูปที่เราวาด
อันนี้ก็ช่วยให้การวาดง่ายขึ้นค่ะ แล้วค่อยมาใส่สี ปรับลายเส้นต่างๆ เพิ่มข้อความ เส้นขอบให้สวยงาม
แต่ จขกท. ไม่มีการสแกนใดๆ คิดแล้ววาดด้วยเครื่องมือใน Illustrator เลยค่ะ
ตอนสร้าง file งานขึ้นมาใหม่ อย่าลืม กำหนดขนาดกว้าง ยาว เป็นหน่วย Pixel
และกำหนดสีพื้นหลัง เป็น Transparent หรือโปร่งใส นะคะ

สำหรับเครื่องมือ ที่ใช้บ่อย จะเป็น Pen Tool และ Paintbrush Tool วาดคร่าวๆ ก่อน

แล้วค่อยปรับรูปทรงให้สมูท ด้วย Direct selection Tool ใส่สี ใส่เส้นขอบให้เห็นชัดๆ
หากเป็นมือใหม่ หัดใช้โปรแกรม อาจจะสร้างหลายๆ Layer เพื่อความง่าย และรูปไม่เลื่อนเวลาที่ขยับไปมา

3. “ความอดทน” คือหนทางสู่ความสำเร็จ
ในระหว่างที่เราเริ่มวาด จากวันแรก จนวันที่ทำเสร็จครบทั้ง 40 ตัว ใช้เวลานานมากกกกกกกกกกกกกกก
เท่าที่จำได้ ตัวแรกที่วาด คือเดือนมีนาคม 2560 วันที่ทำเสร็จคือเดือนกันยายน 2560 สิริรวม 6 เดือน!!!
แต่ต้องบอกก่อนว่า ที่ใช้เวลานานขนาดนี้ เนื่องจาก ต้องทำงานประจำ เวลาที่ใช้วาดสติกเกอร์
จึงเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดยาวเท่านั้น และกว่าจะบิ้วท์อารมณ์ให้เปิดคอม ทำงานได้นั้นก็ปาเข้าไป
บ่ายหรือเย็นของวันเสาร์แล้ว

ช่วงที่ทำ มันก็มีเหตุมากมาย ที่มาดึงเวลาเราไปสนใจอย่างอื่น แต่อยากให้นักออกแบบทุกคน มีความมุ่งมั่น
ถ้าเราตั้งใจแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ อย่าได้ย่อท้อต่อความผิดพลาด หรืออุปสรรคต่างๆ
ค่อยๆ คิด ค่อยๆ วาด อย่าไปกดดันตัวเอง แต่การกำหนดเป้าหมายไว้ ก็ทำให้เรามีแรงฮึด ที่จะทำให้สำเร็จได้เร็วขึ้น
นอกเหนือจากนี้ คือ กำหนดตารางเวลาในชีวิตตัวเอง เช่นในหนึ่งสัปดาห์ จะให้เวลาในการวาดสติกเกอร์
วันไหนบ้าง ช่วงเวลากี่โมงถึงกี่โมง เพื่อสร้างวินัยให้กับตัวเอง แต่อย่าลืม ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จไปในแต่ขั้น
เช่น ถ้าวาดได้ครบ 10 อัน จากินบิงซูฉลอง ถ้าทำได้ครบ 40 อัน จะไปกินบอนชอน จะได้สร้างกำลังใจให้ตัวเองค่ะ

4. “การปรับขนาดรูป” หลังจากมุ่งมั่น ทำครบทั้ง 40 อันแล้ว ขั้นต่อไป จะต้อง canvas size หรือการปรับขนาดรูป
ให้ตรงกับที่ทาง line creator กำหนด ในส่วนนี้จะใช้ Photoshop

และอย่าลืม ให้ขนาดลงท้ายด้วยเลขคู่ เช่น 370*320 pixel เป็นต้น และ save file เป็น .png Background เป็น Transparent หรือโปร่งใส
เพื่อให้ไม่เกิดความผิดพลาดตอน upload ทีหลังนะจ้ะ

ใกล้ถึงขั้นตอนจะขายแล้ว

6. “ลงทะเบียน” ที่ https://creator.line.me/th/
กรอกข้อมูลชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ ชื่อ sticker ข้อความบรรยายลักษณะ กำหนดโซนประเทศที่จะจำหน่าย

 

7. “ข้อมูลบัญชีรับเงิน” เลือกได้ว่า ต้องการรับผ่านบัญชี Paypal หรือ Rabbit LINE Pay

** หากเลือกเป็นบัญชี paypal

จะต้องตั้งบัญชีใช้งานแบบ “ธุรกิจ” ทำการยืนยันตัวบุคคล
กับ Paypal และธนาคารที่ผูกไว้ให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการรับเงินค่ะ
ในการยืนยันตัวบุคคล จะมีการหักเงินจากบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ หลังจากกดยื่นไปประมาณ 3-4 วัน
แนะนำให้ โทรไปที่เบอร์ Callcenter ของธนาคารนั้นๆ และสอบถามรหัส 4 ตัว ที่ใช้ในการใช้ยืนยันกับ Paypal ค่ะ

8. “การยื่นใบคำขอเกี่ยวกับข้อกำหนดทางภาษี ”
“สนธิสัญญาทางภาษี” คือสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างประเทศญี่ปุ่น (ประเทศที่เกิดรายได้) และประเทศที่พำนัก
เพื่อป้องกันการชำระภาษีซ้ำซ้อนหรือหลบเลี่ยงภาษี

เพื่อการรับเงินแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แนะนำให้ ยื่นใบคำขอเกี่ยวกับข้อกำหนดทางภาษี
แต่เนิ่นๆ ไว้เลยค่า แค่ Download เอกสารในหน้าของ Line Creator Market ที่ลิงค์นี้
https://creator-static.line.me/cms/pdf/Taxtreaty_TH.5fb5b1c6.pdf

ในส่วนข้อมูลบัญชีรับเงิน
กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย และนี่คือตัวอย่างการกรอกค่ะ
https://static.line.naver.jp/line_creators_market/pdf/Taxtreaty_Sample_TH_Individual.pdf

หลังจากพริ้น และกรอกข้อมูลเรียบร้อย ส่งเอกสารไปยัง สำนักงานใหญ่ของไลน์ ประเทศญี่ปุ่น ให้ตรวจสอบและยืนยันเอกสาร
ในขั้นตอนนี้ใช้เวลานานพอสมควร แนะนำให้ส่งแบบลงทะเบียนทางอากาศ ก็พอค่ะ เพื่อความประหยัด ค่าส่งประมาณ 130 บาท
ใช้เวลารอตอบกลับและยืนยัน ประมาณ 3 อาทิตย์ค่ะ ทางสำนักงานใหญ่จะแจ้งกลับผ่าน email และ line chat ค่ะ

9. ทดลองเช็คสติกเกอร์ที่เราออกแบบ ด้วย “line simulator”
ก่อนจะ Upload file งานออกแบบทั้งหมดของเรา ลงไป แนะนำว่า ให้ลองนำเอาสติกเกอร์ที่เราออกแบบไว้
ไปทดสอบลองใช้ กับ “line simulator” ก่อน

ในขั้นตอนนี้ เราจะเห็นได้ว่า งานของเรามองเห็นชัดเจนหรือไม่ ข้อความ กับสีพื้น อ่านชัดเจนรึเปล่า
สีต่างๆ กับสี Background มันกลืนกันไป หรือว่าโอเคดีแล้ว จะได้ปรับให้เรียบร้อยก่อน Upload

10. ถ้างานของเราเรียบร้อย ไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ก็ถึงเวลา “Upload” แล้วววว

คำเตือน !!!
– file ต้องเป็น .png เท่านั้น
– ขนาด ตรงตามที่กำหนด และลงท้ายด้วยเลขคู่
– รูปไม่ผิดสัดส่วน
– ไม่มีคำสะกดผิดตามหลักภาษาไทย ตรวจสอบวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง
ดู preview ให้มั่นใจอีกรอบ ว่า ไม่มีอะไรผิดพลาด แล้วก็ Upload พร้อมกด ขอยื่นพิจารณา

จากนั้น ก็รอ ร๊อ รอ …. ในครั้งแรก ของการยื่นคำขอพิจารณา ใช้เวลารอประมาณ 20 วัน
ครั้งที่ 2 หลังจากปรับแก้ ตาม Comment ใช้เวลารอ ประมาณ 23 วัน
และครั้งที่ 3 แก้น้อยมากกกก แต่ใช้เวลารอพิจารณา นานเป็นเดือน ในระหว่างรอนี้
แนะนำให้หาช่องทางในการขายอื่นๆ หรือถ้ามีเวลาว่าง ก็สามารถออกแบบลายใหม่ไปพร้อมๆ กันได้เลย

สำหรับช่องทางในการแจ้งผลนั้น มีด้วยกันหลายช่องทาง

1.ผ่าน line chat ที่เราไปผูกบัญชีไว้
2.ผ่าน email ที่ได้ลงทะเบียน
3.ผ่าน account ของ Line Creator จะบอกสถานะ “อยู่ระหว่างรอพิจารณา” หรือ Waiting for review

เมื่อ line อนุมัติสติกเกอร์ของเราแล้ว ก็ถึงเวลา เปิดขาย อย่างเป็นทางการ ในขั้นตอนนี้
ก็ถึงเวลาโหลดมาใช้งาน และฝากลิงค์ให้ทุกคนช่วยกันโปรโมททุกช่องทางที่ทำได้เลยค่ะ
และก็รอรับเงินจากผลงานความทุ่มเทของเราได้เลย
.
.
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า ไม่ได้มีสูตรสำเร็จในการออกแบบสติกเกอร์ ให้ขายดี ฮอตติด ติดอันดับ
บางอย่างที่คนนั้นว่าดี คนนี้ทำแล้วขายได้ร่ำรวย ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคน
แค่ทำผลงาน ในแบบของเรา ให้ดีที่สุด เป็นทางของเราที่สุด ความพยายามจะไม่สูญเปล่าแน่นอนคะ

…………………………………….The End…………………………

 

บทความจาก  :  Pantip

Link :  แชร์วิธีออกแบบสติกเกอร์ไลน์ สำหรับนักออกแบบมือใหม่