วิธีออมเงินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

ความพอเพียง มีความหมายว่า ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด  รู้จักคิด รู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ ถ้าหากเราไม่มีความพอเพียงอาจก่อเกิดผลเสียตามมาด้วย

ตัวอย่างเช่น อยากได้มือถือรุ่นใหม่ๆ ตามเพื่อนๆ แต่ตนเองนั้นทำงานเงินเดือนทั้งเดือนยังซื้อไม่ได้ ก็เลยหันไปกู้ยืมเงินมาซื้อ สุดท้ายตัวเองเป็นหนี้ต้องนำเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือนมาใช้หนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด แทนที่จะแบ่งเงินส่วนที่จ่ายไปนั้นเป็นเงินเก็บกลับใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย หากมีความจำเป็นเกิดขึ้น มีความต้องการใช้เงินด่วน พอไม่มีเงินเก็บก็หันไปกู้หนี้มาอีก ชีวิตทั้งชีวิตคงต้องใช้หนี้อย่างเดียว เอาหละเดี๋ยวเรามาเข้าเรื่องการ ออมเงิน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงกันดีกว่าค่ะ

การออมเงิน

ไม่ฟุ่มเฟือย สิ่งไหนที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันก็ควรลดไปบ้าง ส่วนหนึ่งจะได้มีเงินเหลือเก็บออม ผู้หญิงอย่างเราๆ ดิฉันเข้าใจดีค่ะว่าเรื่องการแต่ตัว รองเท้า ทรงผม กระเป๋า มันเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้จริงๆ

เพราะเราอยู่ในสังคม มีเพื่อนที่ทำงานเห็นเพื่อนมีอะไรก็อยากมีตามเพื่อนไปด้วย แต่ส่วนไหนที่ไม่จำเป็นจริงๆ ถ้าอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ให้ ข่มใจเอาไว้บ้าง

ประหยัด รู้จักคิดรู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ อย่างเช่น เลือกซื้อสินค้าลดราคาตามโปรโมชั่นจากทางร้าน ที่เห็นบ่อยๆ ที่สุดเลยตามศูนย์การค้าต่างๆ มักจัดโปรโมชั่นลด 5 – 70 % กันทุกๆ เดือนอยู่แล้ว ดิฉันคนหนึ่งที่ชอบซื้อสินค้าลดราคาทุกครั้งที่มีโอกาสและจำเป็นต้องใช้

สร้างวินัยรักการออม การสร้างวินัยในการออมควรเริ่มต้นที่ตัวเรา และคนในครอบครัวเราด้วย สำหรับท่านใดมีลูกหลานควรสร้างวินัยรักการออมให้ลูกหลานท่านมากๆ ก่อนอื่นผู้เป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองควรทำตัวอย่างให้เห็นเสียก่อน โดยอาจจะเริ่มต้นที่ไปซื้อกระปุกออมสินมา พ่อแม่ 1 กระปุก ลูกๆ อีกคนละ 1 กระปุก แล้วชักชวนให้หยอดเงินใส่กระปุกทุกๆ วัน

แต่ที่สำคัญผู้ปกครองควรสร้างแรงบันดาลใจในการออม โดยพาลูกนำเงินไปฝากกับธนาคารทุกครั้งที่มีการนำเงินไปฝากให้ผู้ปกครองเพิ่มเงินฝากจากเงินออมนั้นๆ เป็นสองเท่าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ในการเก็บเงินต่อไป

สมการออมเงิน

หากต้องการเพื่มจำนวนเงินออม ทำอย่างไรให้เป็นคนเก็บเงินได้ มีสมการง่ายๆ มาบอก ใครๆ ก็สามารถทำได้ ดังนี้

รายรับ – รายจ่าย = เงินออม

ตัวอย่าง คุณมีรายได้จากเงินเดือนเป็นเงิน 15,000 บาท/เดือน แต่คุณมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนทั้งหมดรวมทุกสิ่งอย่าง อาทิเช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ เป็นเงินจำนวน 1,3000 บาท/เดือน

สมการ = รายรับ – รายจ่าย = เงินออม

ดั้งนั้น
1,5000 – 1,3000 = เงินออม
1,5000 – 1,3000 = 2,000 บาท

หากคุณต้องการเพิ่มจำนวนเงินออมให้มากขึ้นมีอยู่สองวิธีด้วยกันคือ

  1. หารายได้มาเพิ่ม ↑
  2. ลดค่าใช้จ่าย ↓

สมการที่ได้ดังนี้

รายรับ ↑ – รายจ่าย = เงินออม ↑
รายรับ – รายจ่าย ↓ = เงินออม ↑
การออมเงิน

แง่คิดเพิ่มเติม

ตามหลักแล้วเงินจะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ ท่านที่เรียนเกี่ยวกับเรื่องการเงินมาน่าจะพอรู้เรื่องนี้ แต่เชือได้เลยว่า ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ทราบมาก่อน อาจจะพอรู้แต่ยังเข้าใจตรงจุดนี้ หากมองย้อนกลับไปในอดีตสมัยรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย เงินเพียง 1 บาท สามารถซื้อ สินค้า ขนม อาหารมารับประทานได้ แต่ในปัจจุบันข้าวหนึ่งจาน ราคาถูกสุดก็ประมาณ 25 บาท ไม่รู้ว่ายังมีขายราคานี้อยู่หรือป่าว ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเงินนับวันมันก็ยิ่งมีมูลค่าลดลงไปเรื่อยๆ ก็แสดงว่าเงินที่เราออมมานั้นมีมูลค่าลดลงตามไปด้วย อย่างนี้ต้องทำอย่างไรดี

หนทางที่จะทำให้เงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เราต้องเปลี่ยนจากเงินออมเป็นทรัพย์สินที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้ หรือนำเงินออมไปลงทุน อาทิเช่น ซื้อกองทุน,ซื้อหุ้น,ซื้อประกันแบบออมเงิน หรือจะซื้อที่ดินเก็บเอาไว้ก็ดี   แต่การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนเสมอ