ทำไม ไทย ถึงเรียก ไทยแลนด์ (Thailand)

เรื่องราวน่าสนใจ

เริ่มที่ประเด็นแรกกับคำว่า “ไทยแลนด์”

ถ้าจะพูดถึงคำว่า “ไท” (แปลว่าอิสระ ไม่เป็นทาสใคร)แล้ว จริงๆ ก็คงยาวและเกี่ยวโยงไปถึงหลายๆ ส่วน เอาเป็นว่าคำว่า “ไท” มีจารึกไว้หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแห่งเป็นคำว่า “ไท” เฉยๆ ไม่มี “ยอยักษ์” เป็นตัวสะกดเหมือนในปัจจุบัน วารสารศิลปากรปี 2503 วิเคราะห์ว่าในสมัยพญาลือไทนั้น อิทธิพลของภาษาบาลีเริ่มเข้ามามีบาทบาทขึ้น การเขียนคำว่าไทก็เริ่มจะเอนเอียงไปทางรูปภาษาบาลีเป็น เทยฺย (เขียนเป็นภาษาไทยอีกทีก็คือ “ไทย”)ที่แปลว่าการให้ ส่วนชนชาติ “ไท” อยู่ที่ไหนมาจากไหน หนังสือว่าด้วยชนชาติ “ไท” ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศก็น่าสนใจที่จะซื้อมาอ่านดูนะครับ

41063_full

ทำไมต้อง “ไทยแลนด์”?

การเปลี่ยนชื่อจากสยามมาเป็นไทยแลนด์กลายเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันหลายประเด็น เป็นต้นว่า ถ้าจะเป็น “ไทยแลนด์” แล้ว คำว่าไทยต้องสะกดด้วยยอยักษ์(ไทย)หรือไม่? หรือควรจะเป็นคำว่า “ไท”เฉยๆ เพียงแค่ประเด็นคำว่า ไท ควรสะกดด้วย ยอ ยักษ์หรือไม่นั้นก็ถกกันนานกว่าหนึ่งชั่วโมงในรัฐสภา(วันที่ 26สิงหาคม2482) การลงคะแนนในวาระแรกใกล้เคียงกันมาก คำว่า “ไทย” มี 64 เสียง และคำว่า “ไท” มี57 เสียง ท้ายที่สุดก็ตกลงกันว่าควรจะเป็น “ไทย” มากกว่า “ไท” นี่คือที่มาที่ไปของคำว่า “ไทย” ในเริ่มแรก ส่วนการต่อท้ายด้วยคำว่า “แลนด์” นั้นก็เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันอีกยาว ยาวมากน้อยแค่ไหนผมก็ขออนุญาตตัดข้อความบางส่วนของนายปรีดี พนมยงค์ผู้ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์การเปลี่ยนชื่อประเทศมาให้อ่านดูนะครับ

newroad

“…….สาเหตุแห่งการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ นายพันเอกหลวงพิบูลสงคราม (ยศและบรรดาศักดิ์ขณะนั้น) ได้รับแต่งตั้ง…ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในบรรดารัฐมนตรีแห่งรัฐบาลนั้นมีข้าพเจ้าด้วยผู้หนึ่งซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และมีหลวงวิจิตรวาทการ อธิบดีกรมศิลปากรเป็นรัฐมนตรีลอย (ไม่ว่าการกระทรวง)
ต่อมาประมาณอีก ๔-๕ เดือน หลวงวิจิตรวาทการได้เดินทางไปฮานอย เพื่อชมกิจการโบราณคดีของสำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศส เมื่อหลวงวิจิตรวาทการกลับจากฮานอย ได้นำแผนที่ฉบับหนึ่งซึ่งสำนักฝรั่งเศสนั้นได้จัดทำขึ้น แสดงว่ามีคนเชื้อชาติไทยอยู่มากมายหลายแห่งในแหลมอินโดจีน ในประเทศจีนใต้ ในพม่า และในมณฑลอัสสัมของอินเดีย
ครั้นแล้วผู้ฟังวิทยุกระจายเสียงได้ยินและหลายคนยังคงจำกันได้ว่าสถานีวิทยุกรมโฆษณาการ…ได้กระจายเสียงเพลงที่หลวงวิจิตรวาทการรำพันถึงชนเชื้อชาติไทยที่มีอยู่ในดินแดนต่างๆ และมีการโฆษณาเรื่อง “มหาอาณาจักรไทย” ที่จะรวมชนเชื้อชาติไทยในประเทศต่างๆ เข้าเป็นมหาอาณาจักรเดียวกัน ทำนองที่ฮิตเลอร์กำลังทำอยู่ในยุโรป…
ในการประชุมวันหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาปัญหาด่วนนอกระเบียบวาระ โดยให้หลวงวิจิตรวาทการเป็นผู้แถลงให้เปลี่ยนชื่อ “ประเทศสยาม” เป็น “ประเทศไทย” โดยนำสำเนาแผนที่ฉบับที่สำนักตะวันออกไกลฝรั่งเศสทำไว้ ว่าด้วยแหล่งของชนเชื้อชาติไทยต่างๆ มาแสดงในที่ประชุมด้วย โดยอ้างว่า “สยาม” มาจากภาษาสันสกฤต “ศยามะ” แปลว่า “ดำ” จึงไม่ใช่ชื่อประเทศของคนเชื้อชาติไทย ซึ่งเป็นคนผิวเหลือง ไม่ใช่ผิวดำ และอ้างว่าคำว่า “สยาม” แผลงมาจากจีน “เซี่ยมล้อ”
ข้าพเจ้าได้คัดค้านว่า โดยที่ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่ได้ค้นคว้ากฎหมายเก่าของไทย โดยอาศัยหลักฐานเอกสารที่จารึกไว้โดยพระมหากษัตริย์แต่ปางก่อน รวมทั้ง “กฎหมายตราสามดวง” ซึ่งรัชกาลที่ ๑…ให้สังคายนา…และมิใช่คำว่า “สยาม” แผลงมาจากคำจีนแต้จิ๋ว “เซี่ยมล้อ”…แต่จุดประสงค์เบื้องหลังของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง ต้องการเปลี่ยนชื่อประเทศว่าประเทศไทยเพื่อรวมชนชาติไทยในดินแดนต่างๆ เข้าอยู่ในมหาอาณาจักรไทย ดังนั้นรัฐมนตรีส่วนมากจึงตกลงตามร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็น “ประเทศไทย” ข้าพเจ้าเป็นฝ่ายข้างน้อยในคณะรัฐมนตรี…

เมื่อได้ตรารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยแล้ว ก็เกิดปัญหาว่าในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ต้องเขียนชื่อประเทศไทยนั้น จะใช้คำอังกฤษและฝรั่งเศสอย่างไร
ผู้ที่ได้รับคำยกย่องว่ามีความรู้ในภาษาต่างประเทศรวมทั้งหลวงวิจิตรวาทการ ได้เสนอให้เรียกประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษว่า “THAILAND” และภาษาฝรั่งเศสว่า “THAILANDE” และพลเมืองของประเทศนี้เรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “THAILANDAIS” ซึ่งฝรั่งพากันงง

ข้าพเจ้าได้เสนอว่าควรให้เรียกชื่อประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสว่า “SIAM” ตามที่คนทั่วโลกได้รู้จักชื่อประเทศของเราในนามนั้นอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็มีตัวอย่างอยู่เช่นประเทศเยอรมันซึ่งเรียกชื่อประเทศเป็นภาษาเยอรมันว่า “DEUTSCHLAND” เขาก็มิได้กำหนดให้เรียกชื่อประเทศของเขาเป็นภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสตามชื่อภาษาเยอรมัน หากเรียกชื่อประเทศของเขาในภาษาอังกฤษว่า “GERMANY” และภาษาฝรั่งเศส “ALLEMANGNE”…
ข้าพเจ้าได้ให้ความเห็นต่อไปว่า การที่จะเอาคำว่า “LAND” ต่อท้ายคำว่า “THAI” เป็น “THAILAND” ก็ดี ย่อมทำให้คล้ายกันกับประเทศเมืองขึ้นในอาฟริกาของอังกฤษ (สมัยนั้น) และเมืองขึ้นของฝรั่งเศส (สมัยนั้น) ที่ลงท้ายด้วยคำว่า “LAND” หรือ “LANDE”…แต่ความเห็นส่วนข้างมากในคณะรัฐมนตรีให้เปลี่ยนชื่อประเทศไทยในภาษาอังกฤษด้วยตามที่มีผู้เสนอให้เปลี่ยน เป็น “THAILAND” ในภาษาอังกฤษและ “THAILANDE” ในภาษาฝรั่งเศส
ข้าพเจ้าได้เสนอต่อไปอีกว่า ถ้าส่วนข้างมากต้องการให้ชาวโลกเรียกชื่อประเทศไทยเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสโดยมีคำว่า “THAI” เป็นสำคัญแล้ว ก็ขออย่าเอาคำว่า “LAND” หรือ “LANDE” ไปต่อท้ายไว้ด้วยเลย คือให้ใช้ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสทับศัพท์ตามที่สามัญชนคนไทยเรียกชื่อประเทศของตนว่า “เมืองไทย” เป็นภาษาอังกฤษ “MUANG THAI” ฝรั่งเศส “MUANG THAI” แต่ส่วนมากในคณะรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย…….”

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ฉบับที่ ๘

ที่มา : pantip.com